ข่าววัวชน แดงงามวันชนะศึกยอดอุดมทรัพย ค่ายโคเมียสั่งได้ สนามชนโคบ้านนาทรายตลาดช้อย

ข่าววัวชน แดงงามวันชนะศึกยอดอุดมทรัพย ค่ายโคเมียสั่งได้ แทงให้รู้จัก!!

ข่าววัวชน ไม่ผิดหวังครับวันนี้ลบคำดูถูกได้แล้ว แดงงามวันชนะศึกยอดอุดมทรัพย์ (ค่ายโคเมียสั่งได้) ณ.สนามชนโคบ้านนาทรายตลาดช้อย  ยินดีกับน้องใหม่ด้วยนะครับ

รับข่าวสารวัวชนเพิ่มเติม
รวม ข่าววัวชน <<คลิ๊ก!!

ข่าววัวชน ประโยชน์ของการเลี้ยงสัตว์ด้านสังคม อย่างวัวชน

ข่าววัวชน การเลี้ยงสัตว์ช่วยแก้ไขปัญหาสังคมหลายประการ ซึ่งล้วนแต่เกื้อกูลสังคมทำให้สังคมส่วนใหญ่ของประเทศเป็นปกติสุข ดังนี้

ข่าววัวชน การเลี้ยงสัตว์เป็นการให้การศึกษาแก่สมาชิกในครอบครัว โดยทั่วไปแล้วการประกอบอาชีพการเกษตรมักจะกระทำสืบต่อไปยังลูกหลาน ดังนั้น ในการที่ให้ลูกหลานได้ช่วยปฏิบัติงานเลี้ยงสัตว์อย่างถูกต้อง จึงเป็นการให้การศึกษาแก่บุตรหลานผู้ซึ่งต่อไปจะต้องประกอบอาชีพการเกษตรอยู่แล้ว เป็นการวางรากฐานอาชีพการเกษตรให้แก่เขา ถ้ามีโอกาสทำการเกษตรในโอกาสต่อไปก็จะเป็นเกษตรกรที่ดี สามารถประสบผลสำเร็จได้  การเลี้ยงสัตว์เป็นการใช้แรงงานภายในครอบครัวให้เป็นประโยชน์ แรงงานจากเด็ก คนชรา หรือคนทุพพลภาพ สามารถนำมาใช้เลี้ยงสัตว์ได้เป็นอย่างดี หากนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ก็จะเป็นการช่วยป้องกันการสูญเปล่าทางแรงงาน และช่วยให้บุคคลดังที่กล่าวมาแล้ว ได้มีความภาคภูมิใจในความสามารถของตน และเห็นว่าตนก็สามารถทำประโยชน์ให้แก่ครอบครัวได้เช่นกัน การเลี้ยงสัตว์เป็นการฝึกนิสัยของผู้ประกอบการ ให้มีความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลาและรู้จักการประหยัด การเลี้ยงสัตว์ช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ปฏิบัติ อันจะทำให้มีสุขภาพจิตที่ดี คลายความเครียด

รับข่าวสารวัวชนเพิ่มเติม
รวม ข่าววัวชน <<คลิ๊ก!!

ข่าววัวชน เคล็ดลับ ไม่ลับ อีกต่อไป การดูลักษณะวัว ( เหมโค )

ข่าววัวชน “เหมโค” เป็นภาษาใต้ คือ รูปแบบของวัวหรือโค การใช้ผลดีจากวัวหรือโคเพื่อเป็นยานพาหนะ ใช้ร่วมแรงกายงานสำหรับการไถ่หว่าน

ข่าววัวชน “เหมโค” เป็นภาษาใต้ คือ รูปแบบของวัวหรือโค การใช้ผลดีจากวัวหรือโคเพื่อเป็นยานพาหนะ ใช้ร่วมแรงกายงานสำหรับการไถ่หว่าน และก็กีฬาการชนโคเพื่อนันทนาการสำหรับในการเลือกมองลักษณะดีของวัวหรือโคที่จะเอามาเลี้ยง เพื่อกำเนิดความเป็นมงคลแก่ผู้ครอบครองแล้วก็คนเลี้ยงตามความเลื่อมใสที่ตกทอดกันมา ให้มองจากลักษณะหลักเป็น ขวัญวัว สีวัว รวมทั้งเขาวัว ดังปรากฏในหนังสือบุดขาว “ หนังสือเรียนลักษณะขวัญดีร้ายของวัว ” ของพระบริสุทธศีลาจารย์ (วัน มะนะโส)

ลักษณะขวัญวัวที่ดี “ขวัญ” เป็นลักษณะการจัดเรียงของขนที่ปรากฏบนร่างของวัวตามธรรมชาติ ขวัญวัวเป็นจุดเด่นอีกอย่าง สำหรับการเลือกมองวัวที่จะเอามาเลี้ยง เพื่อความเป็นมงคลแก่ผู้ครอบครองและก็คนเลี้ยง ดังจำแนกแยกแยะลักษณะดีของขวัญได้ดังต่อไปนี้

(1) ขวัญอยู่ตรงขากรรไกรทั้งสองข้าง หรือด้านเดียว ท่านว่าดีควรจะเลี้ยง

(2) ขวัญอยู่ใต้คาง ดีควรจะเลี้ยงไม่มีโทษ

(3) ขวัญอยู่ระหว่างเขา ดีควรจะเลี้ยงไว้ทำไร่ทำนา

(4) ขวัญอยู่บนคอ ดีควรจะเลี้ยงไว้ทำไร่ทำนา

(5) ขวัญอยู่บนหนอก ดีเยี่ยมควรจะเลี้ยง

(6) ขวัญอยู่ใต้โคนหางติดข้างโคนหาง ดีเยี่ยมควรจะเลี้ยง

(7) ขวัญอยู่แข้งอีกทั้ง 4 ข้าง ดีควรจะเลี้ยงไว้ช่วยคุ้มครองปกป้องอันตราย

(8) ขวัญอยู่ใต้กีบเท้าทั้งยัง 4 ข้าง ดีควรจะเลี้ยงจะบริบูรณ์ในเรื่องเงินทรัพย์สิน

(9) ขวัญอยู่กีบหน้า หรือข้างหลังซ้าย ดีเลิศควรจะเลี้ยงจะกำเนิดเงินทองทรัพย์สินมากไม่น้อยเลยทีเดียว

รวม ข่าววัวชน <<คลิ๊ก!!

ข่าววัวชน วิธีการคัดเลือกลักษณะวัวดี!!

ข่าววัวชน ลักษณะวัวดี เผย การเลี้ยง – ซ้อมคู่ – ตั้งชื่อ ตามตำรานักเลงวัวชน!!

ข่าววัวชน นักเลงโคชนที่เป็นเจ้าของโคบางบุคคลจะสืบพันธุ์โคชนของตน แล้วเลือกลูกคอกที่มีลักษณะดีนำมาใช้เป็นโคชนถัดไป แม้กระนั้นบางบุคคลบางทีอาจแสวงหาโคที่มีคุณสมบัติดีเด่นจากที่ตนปรารถนาจากแคว้นต่างๆที่มีชนิดโคชนอยู่ โดยการค้าขายหรือเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่ง โคชนตัวหนึ่งๆราคาแพงโดยประมาณตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐ บาท โคตัวที่ได้รับการคัดสรรก็ต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี หรือมีเชิงชนดีอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมากจะเป็นโคที่เคยชนมาแล้วอย่างต่ำ ๑ – ๒ ครั้ง จนกระทั่งมองเห็นท่วงทีหรือท่าทางการชน รวมทั้งชอบเป็นโคที่แก่ไม่เท่าไรนักเป็นราว ๓ – ๕ ปี แม้กระนั้นถ้าเกิดเป็นโคที่ไม่เคยชนมาก่อน ก็จำต้องเอา “วาง” หรือ “ฝึก” ดูกับโคอื่น เพื่อมอง “ทางชน” หรือเชิงชั้นของโคตัวนั้นซะก่อน ถ้าเกิดชนดีก็เลือกสรรเอาไว้ใช้เป็นโคชนถัดไป
การเลี้ยงดู
ในระยะเริ่มต้นจำต้องเอาโคที่เลือกไว้นั้นมา “ปรน” (บำรุงเลี้ยงดู) ให้บริบูรณ์ซะก่อน ในกรณีที่เป็นโคใหม่ ของกินหลักก็คือต้นหญ้าแทบทุกประเภท นอกเหนือจากที่จะล่ามหรือผูกให้รับประทานต้นหญ้า ตามท้องทุ่งหรือสนามแล้วยังจำเป็นต้องตัดต้นหญ้าใส่ลังหรือรางให้กินในโรงบ้านพักของโคอีกด้วย อาจป้อนต้นหญ้าให้รับประทานด้วยก็มี ดังนั้นโคชนก็เลยมีการดำรงชีวิตดีมากยิ่งกว่าโคใช้งานและก็โคประเภทอื่นๆจนกระทั่งมีสำนวนพูดเปรยกับผู้ที่มีฐานะดีที่ไม่ต้องดิ้นรนฟันฝ่าสำหรับในการหาเลี้ยงชีพว่า “รับประทานต้นหญ้าตัด” ของกินหลักอันอื่นก็มีน้ำรวมทั้งเกลือ สำหรับน้ำจึงควรให้รับประทานอย่างต่ำ วันละ 2-3 ครั้ง ส่วนเกลือนั้นให้รับประทาน 15 วันต่อ 1 ครั้งๆละ 1 กำมือหรืออาจมากน้อยกว่านั้นสักน้อยก็ได้ อาหารเสริมสำหรับโคชนมีหลายสิ่งหลายอย่าง อาทิเช่น ถั่วเขียวต้มน้ำตาลกรวด ข้าวต้มกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม น้ำมะพร้าวอ่อน อ้อย ขนุน ไข่ไก่รวมทั้งผลไม้อื่นๆสำหรับไข่ไก่ให้รับประทานใหม่ๆครั้งละ 10-15 ฟองบางตัวที่ผู้ครอบครองฐานะดีก็บางทีอาจจะเอาไข่ไก่นั้นตีแล้วคนกับเบียร์สดดำยี่ห้อคอหมาป่าใส่กระบอกกรอกให้รับประทานก็มี
ที่พักที่อาศัยของโคชน จะก่อสร้างเป็นโรงนอนให้อยู่ขนาดพอควร จำเป็นต้องจุดไฟแกลบไล่ยุง ริ้นไม่ให้ก่อกวนได้บางตัวที่ผู้ครอบครองฐานะดีก็บางทีอาจจะเย็บมุ้งข้างหลังใหญ่ให้นอนด้วยในขณะนี้ในหัวข้อนี้ไม่ค่อยเจอกับปัญหานัก ด้วยเหตุว่าดูเหมือนจะทุกโรงนอนของโคชนที่มีชื่อมักทำมุ้งลวดให้พักอาศัย โรงโคดังที่ได้กล่าวมาแล้วก็ควรต้องชำระล้างทุกวี่วัน
เดือนหนึ่งๆจะฝึกซ้อมคู่ได้ราว 1-2 ครั้ง โคชนตัวหนึ่งจำเป็นต้องฝึกคู่ 4-5 ครั้ง ก็เลยจะกระทำการชนได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวโคชนตัวหนึ่งๆโดยยิ่งไปกว่านั้นโคใหม่จำเป็นต้องใช้เวลาอุปถัมภ์ค้ำชูรวมทั้งฝึกหัดอย่างเป็นจริงเป็นจังขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 4 เดือน
โคชนนั้นหากได้อุปถัมภ์ค้ำชูแล้วก็ฝึกดีจนกระทั่งขนาด ก็บางทีอาจเอาชนะคู่ปรับได้แม้ว่าจะมีท่วงทีด้อยกว่าคู่ปรับก็ตาม แบบนี้ เรียกว่ามี “น้ำหล่อเลี้ยง” หรือ “เนื้อเลี้ยง” หรือ เนื้อดีมากยิ่งกว่าในเวลาเดียวกันตัวที่แพ้ก็จะเรียกว่า “แพ้เนื้อ” หรือ “แพ้น้ำหล่อเลี้ยง” การบริหารร่างกายแล้วก็ซ้อมในระยะก่อนชนคนเลี้ยงจำเป็นต้องพาโคเดินบริหารร่างกายในตอนเวลาเช้ามืดทุกๆวัน เป็นระยะทางวันละ 5-10 กิโล บ่อยๆ เมื่อเดินบริหารร่างกายในช่วงเวลาเช้าแล้วผู้เลี้ยงจะนำโคไปอาบน้ำด้วยการขัดสีด้วยแปลง บางตัวก็ถูสบู่จนกระทั่งตัวสะอาดก็ดีแล้วก็เอามารับประทานต้นหญ้าแล้วเริ่มผึ่งแดด เรียกว่า “กราดแดด” หรือ “กรากแดด” เป็นล่ามหรือผูกไว้กลางแจ้งเพื่อโคมีน้ำอดน้ำทน เริ่มกราดแดดตั้งแต่เวลา 09.00 นาฬิกา กระทั่งถึง 12.00 นาฬิกา แต่ว่าบางตัวที่ยังไม่หอบก็ถูกตากแดดไปถึงบ่ายก็ได้ เมื่อกราดแดดและจากนั้นก็นำเข้าโรงเพื่อพัก ให้รับประทานต้นหญ้าดื่มน้ำ พอเพียงถึงเวลา 15.00-16.00 นาฬิกา คนเลี้ยงจะนำโคไปอาบน้ำอีกรอบหนึ่งแล้วพาเดินไปยังสนามที่จะชนเพื่อคุ้ยเคยกับสถานที่ เรียกว่าให้ “ลงที่” ทุกเมื่อเชื่อวัน
การซ้อมคู่ เรียกว่า “ปรือ” หรือ “ปรือโค” ก่อนที่จะมี การซ้อมคู่จำเป็นที่จะต้องหยุดการบริหารร่างกายอย่างต่ำ 2 วัน การซ้อมคู่ใช้เวลาโดยประมาณ 5-20 นาที (เวลามากมายน้อยขึ้นกับวัยรวมทั้งความแข็งแกร่งของโคแต่ละตัว) การซ้อมคู่ในตอนนี้จะใช้ปลาสเตอร์พันปลายยอดหรือหลายอีกทั้ง 2 ข้าง หากเป็นโคเขายาวบางทีอาจจำต้องใช้เพลาสเตอร์หลายม้วนก็ได้ และก็การซ้อมคู่ทุกหนจึงควรใช้เชือกยาว ดังนี้ก็เพื่อความสบายสำหรับการแยกโคออกมาจากกันเมื่อต้องการจะหยุดฝึก
ด้วยเหตุดังกล่าว การที่โคชนตัวใดตัวหนึ่ง จะเอาชนะคู่แข่งขันได้นั้นก็ย่อมขึ้นกับเหตุผลบางประการเป็นจะไม่เสียเปรียบคู่ปรปักษ์จนถึงเหลือเกิน ไม่ว่าในเรื่องของร่างกาย เขา เชิงชน ความแข็งแรง แล้วก็ความอดทน อื่นๆอีกมากมาย ส่วนลักษณะตามความเชื่อถือ ได้แก่ สี ขวัญ หรือกิริยาท่าทางต่างๆล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องพิจารณาอย่างหนึ่งแค่นั้น ไม่ใช่เครื่องพยากรณ์ผลของการต่อสู้ได้อย่างแม่นยำทุกหนไป
ตั้งชื่อโคชน
ในสมัยเก่าการตั้งชื่อโคชนไม่ถือได้ว่าหัวข้อหลักอะไร เป็นชอบเรียกตามชื่อ “สี” ของโคตัวนั้น หรือบางครั้งก็อาจจะนำเอาชื่อผู้ครอบครองโคพ่วงชื่อโคนั้นเข้าไปด้วยก็ได้ ดังเช่นว่า โคสีแดง ของนายทบ ที่อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ชนกับโคลายของนายเตง ที่อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราชตามที่มีการกำหนดการของสนามก็จะออกมาว่า “โคแดงทบ”นายทบ ฉวาง ชนกับ โคลายลูกเตง นายเตง เชียรใหญ่ “ อื่นๆอีกมากมาย ในตอนนี้การตั้งชื่อโคชนนับว่าเป็นหัวข้อหลักคล้ายกับตั้งชื่อคน หรือชื่อนักมวยอยู่แบบเดียวกันแม้กระนั้นชื่อของโคชนนั้นจะตั้งชื่อว่าใดๆก็ตาม คำนำหน้าชื่อต้องเริ่มต้นด้วยสีของโคก่อนเสมอ เช่น วัวแดงพงเถาวัลย์ วัวโหนดแสนราชสีห์ วัวขาวสังหารลูกเทพ วัวโหนด 357
วัวโหนดเด็ดขาด วัวลั่นดาสายชล วัวผลลางสาดนิ่มนวล วัวดุกด้างน้องหนึ่ง วัวโหนดพระราม โคนิลยมบาล วัวขาวเทวัญ โคนิลหนุมาน วัวแดงขุนช้าง วัวขาวไหมสิงโต วัวดุกด้างค้างคาว วัวขาวเนตรน้อย วัวขาวพเยาว์ วัวแดงชาติชาย วัวแดงขุนกองทัพ โคนิลสกายแล้ป โคนิลยีราฟ วัวโหนดเปาบุ้นจิ้นวัวแดงว่อง โคนิลท้องลายณรงค์ฤทธิ์ วัวแดงสวยรุ่งเรือง วัวโหนดวัวฮัง โคนิลโพธิ์เงิน วัวคอดำเอราวัณ วัวแดงอับโชค วัวขาวแห้ง โคนิลแซมประกายฟ้า โคนิลน้อย วัวขาวขวัญโดม วัวลายกู้เกียรติยศปราบศึก อื่นๆอีกมากมาย
การเติมชื่อโคชนบางที่เพิ่มคำว่า “อ้าย” เข้าข้างหน้าชื่อก็มี ได้แก่ อ้ายแดงไพรศรีเถาวัลย์ อ้ายนิลโพธิ์เงิน ฯลฯ

รับข่าวสารวัวชนเพิ่มเติม
รวม ข่าววัวชน <<คลิ๊ก!!

ข่าววัวชน วัว 9 ตัวยืนเฝ้า เจ้าของหลังถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต หญิงวัย 53 ปี !!

วัว

ข่าววัวชน วัว 9 ตัวเฝ้าศพป้าไม่ห่าง หลังถูกฟ้าผ่าลงกลางหัวดับคาที่ !!

ข่าววัวชน ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า เวลาเย็นวานนี้ (16 เดือนพฤษภาคม) ได้รับแจ้งจากราษฎรตะไก้ กลุ่ม 2 ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายทอง จังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์ เกิดเหตุประชาชนถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตกึ่งกลางนาขณะเลี้ยงโคอยู่ ก็เลยลงพื้นที่สำรวจ เมื่อไปถึงมีรถยนต์หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ จุด ตำบลเมืองแฝก กำลังนำร่างนางผู้หญิง สหัสรัมย์ อายุ 53 ปี คนตาย ไปส่งที่ที่พัก เพื่อพี่น้องประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความเสียใจของพี่น้อง

ถามไถ่นางทองใบ เจริญสุข อายุ 52 ปี หลานผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนกับคนเสียชีวิตออกไปทุ่งท้องนา ตอนนั้นฟ้าเริ่มมืดมัว เวลานี้ตนกับคนเสียชีวิตอยู่ในกระต๊อบที่นา ภายหลังจากฝนเริ่มริน ผู้เสียชีวิตหันมาบอกตนว่าจะไปย้ายโคที่ผูกไว้กึ่งกลางนาเพื่อกลับถูกคอก หลังจากนั้นฝนตกลงมาอย่างมาก ฟ้ามืด ไม่เห็นกัน ครู่หนึ่งใหญ่ๆได้ยินเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อฝนเริ่มหยุดตกมองเห็นโคที่คนตายเลี้ยงไว้ ปริมาณ 9 ตัว รวมกลุ่มอยู่เป็นกลุ่มที่เดียว รู้สึกผิดสังเกตก็เลยเดินไปดู พบว่าโคทั้งผองยืนเฝ้าศพเจ้าของที่โดนฟ้าผ่า

ด้านนางทองคำทูล ก้าวหน้าสุข อายุ 48 ปี หลานสาวผู้เสียชีวิต เล่าว่าว่า ตัวเองแปลกใจมากขณะเกิดเหตุฝนตกหนักรวมทั้งฟ้าร้อง โคที่เลี้ยงไว้ทั้งผอง 9 ตัว อยู่รวมกันเป็นฝูง ฟ้าไม่ผ่าวัว แม้กระนั้นฟ้ามาผ่าผู้ครอบครอง

ช่วงเวลาที่นายสะการ มุ่งดี อายุ 50 ปี ผัวคนเสียชีวิต เล่าว่า ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้ติเตียนเมียมาตลอดว่าขณะฝนตกห้ามเอาโคกลับถูกคอก รออยู่ในกระต๊อบให้ฝนหยุดตกก่อน แต่ว่าเมียไม่ฟัง ส่วนปัจจัยที่ฟ้าผ่าภรรยาของตัวเอง ส่วนตัวคาดว่าน่าจะเป็นตุ้มหูเงินที่ภรรยาใส่ประจำ บางครั้งอาจจะเป็นสื่อล่อสายฟ้า เพราะเหตุว่าขณะเกิดเหตุภรรยาไม่มีพกโทรศัพท์ หรือใส่สร้อยแหวนอันอื่นที่เป็นสื่อล่อสายฟ้า ประกอบกับตุ้มหูเงินข้างซ้ายได้หลุดหายไป และก็ศพภรรยามีเลือดออกออกหูด้วย ก็เลยต้องการฝากเตือนให้เป็นตัวอย่าง สำหรับคนเลี้ยงโค หรือสัตว์เลี้ยงเวลาฝนตกไม่ต้องรีบต้อนโคเข้ากันก ให้รอคอยฝนหยุดตกก่อน เพื่อไม่ให้มีการสูญเสียราวกับครอบครัวของตนเอง

ติดตาม ข่าววัวชน

ข่าววัวชน ตะลึงนำที่ร้างติด ’บีทีเอสบางหว้า’ เลี้ยงวัว เลี่ยงจ่ายภาษีแพง

ข่าววัวชน ‘แลนด์ลอร์ด’ แห่จำแลงที่ดิน ตะลึงนำที่ร้างติด ’บีทีเอสบางหว้า’ เลี้ยงวัว เลี่ยงจ่ายภาษีแพง

ข่าววัวชน ยังคงมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ สำหรับการแปลงสภาพที่ดินรกร้างว่างเปล่าใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ให้เข้าเกณฑ์ที่ดินเกษตรกรรม เพื่อจ่ายภาษีในอัตราที่ถูกลงจาก 0.3% เหลือ 0.01%

โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ซึ่งกำหนดพืช 51 ชนิด และสัตว์อีก 9 ชนิด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าจากเกณฑ์ดังกล่าวทำให้ ”แลนด์ลอร์ด-เจ้าสัว” มีที่ดินจำนวนมากในมือนอกจากแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยและแตกบริษัทลูกกระจายถือครองที่ดินแล้ว ยังนำที่ดินในเมืองมูลค่าสูงจากที่รกร้างมาจำแลงหลากหลายรูปแบบเพื่อลดภาระ

ไม่ว่าปลูกกล้วย มะนาว มะม่วง ในย่านเกษตร-นวมินทร์ เพลินจิต สาทร พระราม 9 รัชดาภิเษก เทียมร่วมมิตร สะพานควาย ย่านเจริญนครติดแม่น้ำเจ้าพระยา ทำตลาดนัด ปล่อยเช่าระยะสั้น ระยะยาวและปักป้ายขาย

นอกจากนี้ มีลงทุนเลี้ยงวัวเพียง 1 ตัว โดยสร้างพื้นที่คอก หรือเรือนนอน ขนาด 7 ตารางเมตรต่อตัว ก็เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 5 ไร่ เป็นที่ดินเกษตรกรรม โดยมีให้เห็นแล้วบนที่ดินเปล่าติดสถานีบางหว้ารถไฟฟ้าบีทีเอส นับเป็นย่านทำเลทอง เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้า 2 สาย ทั้งบีทีเอสและสายสีน้ำเงิน

รับข่าวสารวัวชนเพิ่มเติม
รวม ข่าววัวชน <<คลิ๊ก!!

ข่าววัวชน วิธีแก้วัวเรอเอิ๊กอ๊าก

ข่าววัวชน วิธีแก้วัวเรอเอิ๊กอ๊าก

ข่าววัวชน ปัญหาอากาศโลกร้อนเอาร้อนเอาจนทนแทบไม่ไหวในทุกวันนี้ ส่วนใหญ่มาจากการปล่อย “ก๊าซคาร์บอน” จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลประเภทต่างๆที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกนั้นก็มาจาก “ก๊าซมีเทน” ที่เกิดจากการเน่าเสียหมักหมมในกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์จนออกมาเป็น “มูลสัตว์” ซึ่งรวมถึง “ตด” และการ “เรอ” อีกด้วย

เมื่อโลกร้อนเป็นปัญหาใหญ่กระทบความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชน มหาเศรษฐีใจบุญอย่าง บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ เลยตัดสินใจ “ทุ่มเงิน” ลงทุนใน “รูมินเอท” บริษัทสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีสภาพอากาศในเมืองเพิร์ทของออสเตรเลีย ที่มีแผนการยิ่งใหญ่ ตั้งใจลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากการเรอของวัว

บริษัทกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ทำขึ้นเลียนแบบ “สาหร่ายสีแดง” ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษสามารถช่วยหยุดการผลิตก๊าซมีเทนในสัตว์ได้ หลังมีงานวิจัยยืนยันผลหนักแน่น

งานนี้หากมีความสำเร็จก้าวหน้าน่าจะเป็นผลดีกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะเกษตรกรผู้ทำปศุสัตว์ หลังจากปีที่แล้วรัฐบาลนิวซีแลนด์ออกไอเดียเก็บภาษีก๊าซเรือนกระจกจากการเรอและปัสสาวะของวัวและปศุสัตว์อื่นๆ

ทำเอาเกษตรกรวิจารณ์แผนการนี้กันยกใหญ่ว่า เป็นเหมือนการแทงซ้ำๆให้ตายช้าๆ ยังไงยังงั้น.

รับข่าวสารวัวชนเพิ่มเติม
รวม ข่าววัวชน <<คลิ๊ก!!

ข่าววัวชน ขายวัวถูกรถชน 7,000 บาท แต่ไม่พอค่าซ่อม จ.ตรัง

ข่าววัวชน ขายวัวถูกรถชน 7,000 บาท แต่ไม่พอค่าซ่อม จ.ตรัง

ข่าววัวชน เช้านี้ที่หมอชิต – ไปตรวจสอบกรณีเจ้าของฝูงวัวปล่อยเลี้ยงให้หากินเอง แล้วเดินขึ้นมาบนถนนที่จังหวัดเมืองตรัง จนทำให้เกิดอุบัติเหตุรถ 2 คันขับไปชน จนพังเสียหาย และตำรวจยึดวัวที่บาดเจ็บไว้ได้ 1 ตัว เพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ล่าสุดเจ้าของรถขายวัวตัวนี้ได้แล้ว 7,000 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอกับค่าซ่อมรถ

เราย้อนไปดูเหตุการณ์นี้กันอีกครั้ง เกิดขึ้นประมาณ 23.00 น. วันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา บนถนนเพชรเกษม บริเวณสามแยกโรงแรมเรือรัษฎา หรือ สามแยกควนขัน ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง โดยฝูงวัวนับสิบตัวซึ่งเจ้าของปล่อยเลี้ยงไว้ริมถนน และช่วงกลางคืนได้ขึ้นมาอยู่บริเวณเกาะกลางถนน และเดินข้ามฝั่งไปมา ทำให้รถกระบะที่่วิ่งสัญจรผ่านไม่ทันระวัง เพราะกระชั้นชิด ไม่คิดว่าจะมีฝูงวัวมาอยู่บนถนนกลางเมือง จึงพุ่งชนอย่างแรง ทำให้หน้ารถเสียหาย

จากนั้นฝูงวัวพากันตกใจ วิ่งเตลิดกลับข้ามถนนมาฝั่งขาออกจากตัวเมืองตรัง ทำไห้รถเก๋งที่มีผู้หญิงเป็นคนขับ และเพื่อนอีกคนนั่งมาด้วยพุ่งเข้าชนเป็นคันที่ 2 ทำไห้ไฟหน้าแตก บังโคลนหน้าหลุด เคราะห์ดีคนขับรถทั้ง 2 คัน ปลอดภัย ส่วนฝูงวัว 10 กว่าตัว วิ่งหายไปกับความมืด เหลือเพียงลูกวัวเพศผู้ 1 ตัว ที่บาดเจ็บอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยขาหลังด้านซ้ายหัก

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบว่ามีวัวฝูงประมาณ 10 ตัว ที่เจ้าของนำมาล่ามเชือกเลี้ยงไว้กลางทุ่ง แต่ห่างออกไปไม่มากก็มีวัวอีกฝูงหนึ่ง ซึ่งเป็นฝูงใหญ่จำนวนหลายสิบตัว ทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ ที่ปล่อยเลี้ยงไว้ริมถนน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นฝูงเดียวกับที่ถูกรถชนหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจ สภ.เมืองตรัง พยายามสอบถามว่าใครเป็นเจ้าของวัวที่ถูกรถชน แต่ก็ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ

ตำรวจจึงตีราคาวัวตัวที่บาดเจ็บ เพื่อชดใช้ค่าซ่อมรถให้กับเจ้าของรถกระบะที่ได้รับความเสียหาย เพราะไม่ได้ทำประกันภัยชั้น 1 ไว้ ส่วนรถเก๋งมีประกันภัยชั้น 1 ทางเจ้าของได้แจ้งบริษัทประกันภัยนำรถไปซ่อม ซึ่งตัวแทนบริษัทประกันภัย บอกว่า จะติดตามเจ้าของวัวให้มารับผิดชอบชดใช้ค่าซ่อมรถเก๋งคันนี้ต่อไป

ล่าสุด เจ้าของรถกระบะคันที่ได้รับความเสียหาย บอกว่า ขายวัวตัวที่บาดเจ็บได้แล้วราคา7,000 บาท แต่ก็ไม่เพียงพอกับค่าซ่อมรถ เพราะทางอู่ซ่อมที่อำเภอปะเหลียน ได้ประเมินราคาค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาท จึงขอให้ตำรวจ สภ.เมืองตรัง ที่เป็นเจ้าของคดีติดตามเจ้าของวัวมาดำเนินคดี พร้อมทั้งชดใช้ค่าซ่อมรถยนต์ส่วนที่เหลืออีก 23,000 บาท

ขณะที่ตำรวจบอกว่า จะเร่งตามตัวเจ้าของวัวมาดำเนินคดี ฐานความผิดปล่อยสัตว์เลี้ยงบนถนน และทางสาธารณะ ส่วนจุดเกิดเหตุจากการสอบถามคนแถบนั้นทราบว่า ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุรถชนวัวมาแล้วนับสิบครั้ง เนื่องจากเจ้าของมักจะนำมาวัวมาปล่อยเลี้ยงให้หากินเอง พอตกค่ำก็จะขึ้นมาอยู่รวมกันบนถนน และที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยใดแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

รับข่าวสารวัวชนเพิ่มเติม
รวม ข่าววัวชน <<คลิ๊ก!!

ข่าววัวชน จับหนุ่มเลี้ยงวัวชน หันค้ายานรก อ้างแพ้เดิมพันทำไม่มีรายได้

ข่าววัวชน จับหนุ่มเลี้ยงวัวชน หันค้ายานรก อ้างแพ้เดิมพันทำไม่มีรายได้

ข่าววัวชน เมื่อเวลา 00.30 น. นายเอกชัย สุนทร นายอำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นำกำลัง จนท.อส.ฝ่ายปกครองอำเภอท่าศาลา จำนวหนึ่งออกตรวจตรารักษาความสงบในพื้นที่รับผิดชอบและกวดขันการลักลอบการจำหน่ายยาเสพติดและสิ่งผิด กม. โดยเบื้องต้นได้รับการร้องเรียนว่าบริเวณชุมชนบ้านมะยิง หมู่ 11 ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา มีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมใช้เส้นทางในการซื้อขายและส่งยาเสพติดในช่วงหลังเที่ยงคืนเป็นประจำทุกคืนอย่างคึกคัก สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวมานานแล้ว

จนกระทั่งมีชายคนหนึ่งขี่รถจยย.ผ่านมาด้วยท่าทางพิรุธจึงเรียกให้หยุดและตรวจค้นในตัวเจอยาบ้า จำนวน 17 เม็ด เงินสด 400 บาท ถุงแบ่งบรรจุ จำนวนหนึ่ง จึงทำการจับกุมไปสอบสวนทราบชื่อนายศุภกิตติ์ อายุ 30 ปี อาชีพเป็นเด็กเลี้ยงวัวชนให้การรับสารภาพว่าใช้เวลาว่างจากการเลี้ยงวัวชนออกมาขายยาบ้าหารายได้เสริมเพราะระยะหลังวัวชนที่เลี้ยงไม่ค่อยได้ชนและชนแพ้ทำให้ไม่มีรายได้จึงหันมาค้ายานรกจนถูกจับกุมดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาฯ นำตัวผู้ต้องหาพรัอมของกลางส่ง พ.ต.ท.จิตตกรณ์ คงเหลือ พงส. สภ.ท่าศาลา เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.

รับข่าวสารวัวชนเพิ่มเติม
รวม ข่าววัวชน <<คลิ๊ก!!

ข่าววัวชน รถชนฝูงวัววิ่งข้ามเกาะกลางตัดหน้าจุดเดิมซ้ำๆ นับ 10 ครั้ง

ข่าววัวชน ตรัง – อุบัติเหตุรถชนวัวซ้ำซาก จุดเดียวนับ 10 ครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ล่าสุดเกิดเหตุรถกระบะ และรถเก๋ง ชนฝูงวัวนับ 10 ตัว ขณะวิ่งตัดหน้าข้ามเกาะกลาง โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ

ข่าววัวชน เวลาประมาณ 00.30 น. ได้เกิดเหตุรถกระบะ และรถเก๋ง ชนฝูงวัวนับ 10 ตัวที่วิ่งข้ามเกาะกลางถนน ตรงบริเวณสี่แยกโรงแรมเรือรัษฎา ถนนเพชรเกษม ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ส่งผลให้รถยนต์กระบะ ป้ายทะเบียน บน 647 ตรัง ซึ่งมี นายพงศธร ธำรงธนยศ ชาว อ.หาดสำราญ จ.ตรัง เป็นคนขับ ซึ่งมาคนเดียว สภาพด้านหน้าได้รับความเสียหาย กระจังหน้าแตก ส่วนรถยนต์เก๋ง ป้ายทะเบียน ขว 6741 สงขลา มี น.ส.กรรภิรมย์ เพ็ชรรัตน์ ชาว จ.สงขลา เป็นคนขับ ซึ่งมาด้วยกันกับเพื่อน 2 คน สภาพด้านหน้าพังยับ ไฟหน้าแตก บังโคลนหน้าหลุด ส่วนวัวทั้งฝูงก็ได้วิ่งไปกับความมืด เหลือเพียงลูกวัวเพศผู้ 1 ตัว ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาหลังด้านซ้ายหัก แต่ไม่มีใครอ้างรับเป็นเจ้าของ ทางเจ้าของรถทั้ง 2 คัน จึงได้แจ้งตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายสิทธิพร อมัสกุล ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองมาจากตัว อ.นาโยง มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองตรัง ตอนแรกฝูงวัวอยู่บนเกาะกลางถนน และฝูงวัวทั้งหมดก็ได้วิ่งข้ามถนนฝั่งขาเข้าเมืองตรัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับรถยนต์กระบะ ป้ายทะเบียน บน 647 ตรัง ของนายพงศธร ธำรงธนยศ วิ่งมาพอดี จึงได้ชนฝูงวัวเข้าอย่างจัง จนทำให้ฝูงวัวดังกล่าวตกใจ และได้วิ่งกลับข้ามมาฝั่งขาออกจากตัวเมืองตรัง มาชนกับรถยนต์เก๋งของ น.ส.กรรภิรมย์ เพ็ชรรัตน์ จนได้รับความเสียหายดังกล่าว จากนั้นฝูงวัวทั้งหมดก็ได้วิ่งไปท่ามกลางความมืด เหลือเพียงลูกวัว 1 ตัวที่ขาหักวิ่งไม่ไหว ได้แต่ยืนอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และจากการสอบถาม น.ส.กรรภิรมย์ เพ็ชรรัตน์ ชาว จ.สงขลา คนขับรถยนต์เก๋ง ป้ายทะเบียน ขว 6741 สงขลา เล่าว่า ตนเองกับเพื่อนได้มาแสดงคอนเสิร์ตในพื้นที่ จ.ตรัง และเมื่อการแสดงจบลง ตนเองและเพื่อนก็ได้เดินทางกลับบ้านที่ จ.สงขลา และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ได้ขับรถเลนขวามา และได้มีฝูงวัวกว่า 10 ตัว วิ่งตัดหน้ารถจึงชนเข้าแบบเต็มๆ ตนเองและเพื่อนไม่ได้รับบาดเจ็บมาก เพราะถุงลมนิรภัยทำงาน แต่รถยนต์เก๋งด้านหน้าพังยับ โชคดีที่ทำประกันภัยชั้น 1 ไว้ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยรถยนต์มาดำเนินการประสานงานรถสไลด์ และนำรถไปซ่อมแล้ว

รับข่าวสารวัวชนเพิ่มเติม
รวม ข่าววัวชน <<คลิ๊ก!!